ถ้าราคานี้ ChatGPT หรือ Claude เดือนหนึ่งยังถูกกว่ากันเยอะนะ
ถ้าราคานี้ ChatGPT หรือ Claude เดือนหนึ่งยังถูกกว่ากันเยอะนะ

เราไปเจอมาในเธรด เขาพูดว่างี้
มีผู้บริหารกิจการขนาดกลางคนหนึ่งบ่นว่า
“รับเด็กจบใหม่สาย Business ให้ 35,000 บางคนยังไม่เอาเลย ขอเริ่ม 45,000–50,000”
แล้วพูดต่อแบบขำ ๆ ว่า
“ถ้าราคานี้ ChatGPT หรือ Claude เดือนหนึ่งยังถูกกว่ากันเยอะนะ” ![]()
ตอนแรกอ่านแล้วมันเหมือนเป็นเรื่องเดิม ๆ
เด็กสมัยนี้เรียกเงินเดือนแพง
แต่เราว่าเรื่องนี้มีอะไรน่าสนใจกว่านั้นเยอะ
เพราะคำถามอาจไม่ใช่ว่า
“เด็กจบใหม่ควรได้เงินเดือนเท่าไหร่?”
แต่คือ
“ในวันที่ AI ทำงานบางส่วนได้เร็วมาก บริษัทกำลังใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าคนหนึ่งคนคุ้มค่ากับเงินเดือนเท่าไหร่?”
ก่อนอื่น เราไม่คิดว่าการเรียกเงินเดือน 45,000–50,000 บาทเป็นเรื่องผิด
ถ้ามีบริษัทพร้อมจ่าย และคนสมัครมีความสามารถที่ตลาดต้องการ มันก็คือการตกลงกันระหว่างคนซื้อแรงงานกับคนขายแรงงาน
แต่ตัวเลขระดับนี้ยังไม่ใช่ภาพแทนของเด็กจบใหม่ทั้งตลาด
ข้อมูล Salary Survey 2026 ของ JobThai ซึ่งวิเคราะห์ประกาศงานช่วงมกราคม–มิถุนายน 2569 ระบุว่า สายล่ามและแปลซึ่งเป็นหนึ่งในสายที่เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสูงที่สุดสำหรับเด็กจบใหม่ อยู่ประมาณ 24,524–35,378 บาท ส่วนค่าเฉลี่ยของงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทุกระดับประสบการณ์อยู่ที่ประมาณ 20,938–32,426 บาท https://blog.jobthai.com
ถ้าดูประกาศงานจริงช่วงนี้ ก็จะเห็นความกว้างของตลาดเหมือนกัน
Business Development บางตำแหน่งอยู่ประมาณ 20,000–30,000 บาท บางตำแหน่ง 20,000–40,000 บาท ขณะที่บางประกาศขึ้นไปถึง 30,000–50,000 หรือ 35,000–50,000 บาท แต่ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็น “เด็กจบใหม่ทั้งหมด” และแต่ละงานก็มีหน้าที่กับประสบการณ์ที่ต้องการต่างกันมาก JobThai
เพราะฉะนั้น 45,000–50,000 มีอยู่จริงในตลาดบางส่วน
แต่เอามาเป็น baseline ของเด็กจบใหม่ทุกคนไม่ได้
สิ่งที่เราเห็นว่าน่าสนใจกว่าเรื่อง “ใครเรียกแพง” คือ
ฝั่งคนจ้างเองก็กำลังมี Benchmark ใหม่เหมือนกัน
เมื่อก่อนเวลาบริษัทจะเพิ่ม Junior อีกหนึ่งคน อาจคิดง่าย ๆ ว่า
จ้างคนเพิ่มหนึ่งคน
ทีมก็มีแรงทำงานเพิ่มหนึ่งคน
แต่ตอนนี้สมการเริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะงานระดับเริ่มต้นหลายประเภท เช่น
หาข้อมูล
สรุปเอกสาร
ร่าง presentation
เขียน proposal เบื้องต้น
จัดโครง meeting
วิเคราะห์ข้อมูลขั้นต้น
เขียนอีเมล
หรือทำ draft แรกของงานบางอย่าง
AI สามารถช่วยลดเวลาของงานเหล่านี้ได้มาก
นี่ไม่ได้แปลว่า AI ทำได้ทุกอย่างแทน Junior
และยิ่งไม่ได้แปลว่าเด็กจบใหม่ไม่มีค่า
World Economic Forum เองก็มองว่าผลกระทบของ AI ต่อเส้นทางงานระดับเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดทั้งเรื่อง job access, job design และ talent pipeline ไม่ใช่แค่คำถามว่าจะเอา AI มาแทนคนหรือไม่ และชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเห็นชัดเป็นพิเศษในงานช่วงเริ่มต้นอาชีพ World Economic Forum
เพราะ AI ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญมาก
มันไม่ได้เดินเข้าไปอ่านบรรยากาศในห้องประชุมแทนเรา
ไม่ได้รู้ว่าลูกค้าคนนี้พูดว่า “เดี๋ยวดูอีกที” แล้วจริง ๆ หมายถึงอะไร
ไม่ได้รับผิดชอบกับผลลัพธ์เวลางานพัง
ไม่ได้สร้างความไว้วางใจระยะยาวกับลูกค้าแทนเรา
และที่สำคัญ มันยังต้องมีคนที่รู้ว่า
อะไรควรถาม
อะไรควรเชื่อ
อะไรควรตรวจ
และอะไรควรทิ้ง
ตรงนี้ทำให้เราคิดว่า งานแบบ
“รับโจทย์มาแล้วผลิต Output”
อาจไม่ได้หายไปทันที
แต่มูลค่าของมันกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้น
เพราะถ้าคนหนึ่งใช้เวลา 5 ชั่วโมงทำสิ่งที่คนอีกคนใช้ AI ช่วยแล้วทำเสร็จใน 1 ชั่วโมง
บริษัทก็ย่อมเริ่มถามว่า
แล้วอีก 4 ชั่วโมงที่เหลือ คนคนนี้สร้างอะไรเพิ่มได้?
นี่ต่างหากที่อาจกลายเป็นโจทย์ใหม่ของคนเริ่มทำงาน
เงินเดือนที่สูงขึ้นอาจไม่ได้แลกกับการ “ทำงานได้เยอะขึ้น” อย่างเดียวแล้ว
แต่มันอาจแลกกับสิ่งที่ AI ยังทำแทนได้ยากกว่า เช่น
Judgment — รู้ว่าควรเลือกอะไร
Context — เข้าใจว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์แบบไหน
Communication — คุยกับคนแล้วทำให้งานเดินต่อได้
Ownership — รับผิดชอบกับผล ไม่ใช่แค่ส่งไฟล์
คนที่ทำสี่อย่างนี้ได้ ต่อให้ใช้ AI เต็มที่ ก็ไม่ได้มีค่าน้อยลงเพราะใช้ AI
กลับกัน อาจมีค่ามากขึ้นด้วยซ้ำ
เพราะเขาไม่ได้แข่งกับ AI ด้วยการพิมพ์เร็วกว่า
แต่ใช้ AI เป็นแรงทวีคูณให้ตัวเอง
ในอีกด้าน เราก็ไม่คิดว่าคำตอบของบริษัทควรเป็น
“งั้นไม่ต้องจ้าง Junior แล้ว ใช้ AI ไปเลย”
เพราะปัญหาจะย้อนกลับมาในอีกทาง
Senior ไม่ได้เกิดขึ้นจากอากาศ
คนที่เก่งเรื่อง Judgment วันนี้ ส่วนใหญ่ก็เคยเป็นคนที่ทำผิด ทำงานช้า ถูกแก้ ถูกสอน ไปประชุมแล้วพูดไม่ออก และค่อย ๆ เรียนรู้จากงานจริงมาก่อน
ถ้าองค์กรตัดบันไดขั้นแรกทิ้งหมด
วันหนึ่งอาจพบว่า
มีแต่ตำแหน่ง Senior เปิดอยู่เต็มตลาด
แต่ไม่มีใครเคยได้รับโอกาสโตขึ้นมาเป็น Senior
นี่จึงอาจไม่ใช่เรื่อง
Junior vs AI
เลย
โจทย์ที่น่าสนใจกว่าอาจเป็น
“เราจะออกแบบงานระดับ Junior แบบไหน ให้คนหนึ่งคนใช้ AI แล้วสร้างคุณค่าได้มากกว่างาน Junior แบบเดิมหลายเท่า?”
เพราะ AI อาจไม่ได้ทำให้คนเริ่มทำงาน “ไม่มีค่า”
แต่มันกำลังทำให้ทุกฝ่ายต้องตอบคำถามใหม่ว่า
ถ้าเครื่องมือเก่งขึ้นแล้ว คนควรเก่งขึ้นตรงไหน?
และบางที นี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญกว่าเงินเดือนเริ่มต้น 35,000 หรือ 50,000 บาทเสียอีก
