สังเกตง่าย ๆ เลยนะ
ถ้าคนที่เราคุยด้วยเขาสนใจเรา เขาจะถามเรื่องเรากลับบ้าง
ไม่ใช่ปล่อยให้เราถามอยู่คนเดียว
เราเคยสังเกตว่า บทสนทนาที่มันไปต่อได้แบบไม่เหนื่อย มันมักไม่ได้เกิดจากการที่คนหนึ่ง “เก่งคุย” อยู่ฝ่ายเดียว แต่มันเกิดจากการที่อีกฝ่ายก็อยากรู้จักเราด้วย
เราเล่าเรื่องงาน เขาก็อาจถามต่อว่าเป็นยังไงบ้าง
เราเล่าเรื่องที่ชอบ เขาก็อยากรู้ว่าทำไมถึงชอบ
เราเล่าเรื่องชีวิต เขาก็ไม่ได้แค่ตอบ “อ๋อ” แล้วปล่อยให้เราหาคำถามใหม่มาโยนต่อ
มันจะมีการรับแล้วส่งกลับ
เหมือนเล่นลูกบอลกัน
ไม่ใช่เราปาลูกบอลไปเรื่อย ๆ แล้วอีกฝ่ายรับไว้เฉย ๆ แต่ไม่เคยโยนกลับมา
บทสนทนาแบบ Two-way conversation มันเลยดูง่ายมากในแชท
เราเรียกง่าย ๆ ว่า
“แชทไม่หนักขวา”
คือไม่ได้มีแต่ข้อความของเราฝั่งเดียวที่ยาวเป็นพรืด
เราไม่ต้องเป็นคนถามว่า
ทำอะไรอยู่
กินข้าวหรือยัง
วันนี้เป็นยังไง
ชอบอะไร
ทำงานอะไร
วันหยุดทำอะไร
มีพี่น้องไหม
ชอบดูหนังหรือเปล่า
แล้วอีกฝ่ายก็ตอบทีละคำสองคำเหมือนกำลังกรอกแบบสอบถาม
เพราะถ้าคนสองคนอยากรู้จักกันจริง ๆ บทสนทนามันจะค่อย ๆ แตกกิ่งเอง
คำตอบหนึ่งพาไปอีกคำถามหนึ่ง
เรื่องหนึ่งพาไปอีกเรื่องหนึ่ง
บางทีคุยเรื่องงานอยู่ดี ๆ ก็เลยไปถึงวัยเด็ก
คุยเรื่องอาหารก็เลยไปถึงเรื่องครอบครัว
คุยเรื่องเพลงก็รู้ไปถึงนิสัยบางอย่างของอีกคน
มันไม่จำเป็นต้องถามคำถามลึกซึ้งตลอดเวลาเลย
แค่มีความรู้สึกว่า
“เราอยากรู้จักตัวเองเพิ่มอีกนิด”
ก็พอแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า ถ้าใครไม่ถามเราเยอะ ๆ แล้วเขาไม่สนใจเราเสมอไป
บางคนพูดไม่เก่ง
บางคนไม่เก่งเรื่องแชท
บางคนแสดงความสนใจด้วยวิธีอื่น
บางคนต้องใช้เวลากว่าจะเปิดบทสนทนาได้
เพราะฉะนั้นเราไม่คิดว่าควรเอาจำนวนคำถามไปใช้เป็นเครื่องจับโกหกว่าใครชอบหรือไม่ชอบเรา
แต่ถ้าคุยกันมาระยะหนึ่งแล้วรูปแบบมันยังเป็นแบบเดิมตลอด
คือเราถาม
เขาตอบ
เราชวน
เขาตาม
เราเปิดเรื่อง
เขารอ
แล้วถ้าเราหยุด ทุกอย่างก็หยุดตาม
อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกัน
เพราะบางทีสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยไม่ใช่การ “คุยไม่เก่ง”
แต่มันคือการที่เรากำลัง แบกบทสนทนาอยู่คนเดียว
เราต้องคิดหัวข้อ
เราต้องประคองบรรยากาศ
เราต้องเป็นคนทำให้แชทไม่ตาย
จนบางครั้งเราอาจหลงคิดว่า
“เราน่าเบื่อหรือเปล่าวะ”
ทั้งที่จริง ๆ อาจไม่ใช่เรื่องของความน่าเบื่อเลย
แค่บทสนทนานั้นมีแรงส่งมาจากฝั่งเดียว
เราเลยชอบสังเกตเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้มากกว่าไปพยายามเดาว่าอีกฝ่าย “รู้สึกอะไร”
ไม่ต้องอ่านใจเขา
ดูแค่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เขาอยากรู้จักเราบ้างไหม
เขาจำเรื่องที่เราเล่าได้ไหม
เขาหยิบเรื่องของเรากลับมาถามไหม
เขาเคยเปิดบทสนทนาเองบ้างหรือเปล่า
เพราะความสนใจไม่จำเป็นต้องแสดงออกใหญ่โต
บางทีมันอยู่ในประโยคธรรมดามาก ๆ อย่าง
“แล้วตัวเองล่ะ?”
ประโยคสั้น ๆ แค่นั้นเอง
แต่มันบอกเราว่า
บทสนทนานี้ไม่ได้มีเราอยู่คนเดียว
และสำหรับเรา นั่นแหละคือแชทที่ไม่หนักขวา

