COLLECTOR

ไปให้ไกล

← โมกุกับเลิฟ
EPISODE 7

ไปให้ไกล

ไปให้ไกล — page 1
1 / 1
ARTICLE

เราชอบวิธีแก้แค้นแบบหนึ่งมาก

ไม่ต้องด่า

ไม่ต้องประจาน

ไม่ต้องตามไปเอาคืน

ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูกกับคนที่ตั้งใจจะมองเราแย่อยู่แล้ว

แต่คือ

รีบพัฒนาตัวเอง แล้วเดินนำไปให้ไกลที่สุด

ไกลจนวันหนึ่ง เราไปยืนอยู่ในจุดที่คนที่เคยดูถูก เคยกดเรา เคยคิดว่าเราไม่มีทางไปไหนได้ ต้องเงยหน้ามอง

ไม่ใช่เพราะเราไปยืนตรงนั้นเพื่อเยาะเย้ยเขา

แต่เพราะระหว่างที่เขายังใช้พลังงานไปกับการเปรียบเทียบ นินทา หรือหวังว่าเราจะล้ม เราเอาพลังงานทั้งหมดกลับมาสร้างชีวิตของตัวเอง

มันเป็นการแก้แค้นที่ไม่ต้องแตะตัวอีกฝ่ายเลย

เพราะผลลัพธ์จะพูดแทนเราเอง

วันหนึ่งเขาอาจนั่งคิดว่า

“เมื่อก่อนเราก็อยู่จุดเดียวกันนี่”

“ทำไมวันนี้เขาไปได้ไกลขนาดนั้นแล้ว?”

“ทำไมเขามีสิ่งที่เราเคยคิดว่าเขาไม่มีวันทำได้?”

คำถามพวกนั้นจะเกิดขึ้นเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องกลับไปตอบอะไรเลย

แต่เราว่าจุดที่สำคัญกว่านั้นคือ—

อย่าพัฒนาตัวเองเพียงเพื่อให้ใครสักคนเจ็บ

ใช้ความแค้นเป็นเชื้อเพลิงเริ่มต้นได้

แต่ไม่ควรให้มันเป็นพวงมาลัย

เพราะถ้าทุกความสำเร็จของเรายังต้องหันกลับไปดูว่า “เขาเห็นหรือยัง”

แปลว่าในทางหนึ่ง เขายังควบคุมชีวิตเราอยู่

เราอาจไปไกลขึ้นจริง

แต่ใจเรายังยืนอยู่ที่เดิม

การเอาคืนที่สมบูรณ์ที่สุดจึงอาจไม่ใช่วันที่เขาอิจฉาเรา

แต่คือวันที่เรามีชีวิตที่ดีจน ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยอยากให้เขาอิจฉา

ตอนแรกเราอาจเริ่มออกกำลังกายเพราะอยากให้ใครเสียดาย

เริ่มทำงานหนักเพราะอยากพิสูจน์ว่าคนที่เคยดูถูกเราคิดผิด

เริ่มเรียนเพิ่มเพราะอยากไปให้ไกลกว่าคนที่เคยกดเรา

ไม่เป็นไร

มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจที่สวยงามตั้งแต่วินาทีแรก

ขอแค่ระหว่างทาง เราค่อย ๆ เปลี่ยนเหตุผลนั้น

จาก

“ฉันจะเก่งให้เธอเสียดาย”

เป็น

“ฉันชอบตัวเองเวอร์ชันนี้”

จาก

“ฉันจะรวยให้เธออิจฉา”

เป็น

“ฉันอยากมีชีวิตที่มั่นคง”

จาก

“ฉันจะไปให้สูงกว่าเธอ”

เป็น

“ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองไปได้ไกลขนาดนี้”

ตรงนั้นต่างหากที่ความสำเร็จเริ่มเป็นของเราจริง ๆ

เพราะคนสองคนที่เคยเริ่มจากจุดเดียวกัน ไม่ได้จำเป็นต้องจบที่เดียวกัน

เวลาผ่านไป สิ่งที่สร้างระยะห่างอาจไม่ใช่โชคชะตาเพียงอย่างเดียว

มันคือสิ่งเล็ก ๆ ที่แต่ละคนทำซ้ำทุกวัน

คนหนึ่งอ่านเพิ่มอีกนิด

ฝึกเพิ่มอีกหน่อย

ยอมรับว่าตัวเองยังไม่เก่ง

กล้าทิ้งนิสัยเดิม

ลองใหม่หลังจากพลาด

เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองไม่รู้

และพยายามขยับชีวิตทีละก้าว

ในขณะที่อีกคนอาจใช้เวลาเท่ากันไปกับการสงสัยว่า

“ทำไมเขาโชคดีกว่าเรา?”

แน่นอน ชีวิตจริงไม่ได้ยุติธรรม และต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความขยันอย่างเดียว

แต่ในส่วนที่เราควบคุมได้ ถ้าเราไม่ยอมขยับเลย แล้วเอาแต่จ้องชีวิตคนอื่น สุดท้ายสิ่งที่เหลืออาจมีเพียงความรู้สึกว่าโลกเลือกปฏิบัติกับเรา

ทั้งที่บางครั้งคำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ

“แล้ววันนี้เราพัฒนาตัวเองตรงไหนบ้าง?”

เราจึงชอบการแก้แค้นแบบนี้

เพราะมันไม่จำเป็นต้องทำลายใคร

ยิ่งเรา “เอาคืน” มากเท่าไร ชีวิตเรากลับยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

เราไม่ได้เสียงาน

ไม่ได้เสียชื่อเสียง

ไม่ได้เสียเวลาไปทะเลาะ

ไม่ได้สร้างศัตรูเพิ่ม

เรามีแต่ทักษะเพิ่ม

รายได้เพิ่ม

โอกาสเพิ่ม

โลกกว้างขึ้น

และตัวเราเองแข็งแรงขึ้น

จนวันหนึ่ง คนที่เคยทำให้เราอยากเอาชนะ อาจกลายเป็นเพียงชื่อหนึ่งในอดีต

และวันนั้นเอง เราจะรู้ว่า

เราไม่ได้ชนะเพราะเขายังอยู่ที่เดิม

เราชนะเพราะเราไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปผูกกับจุดที่เขายืนอยู่อีกแล้ว

ถ้าจะเอาคืนใครสักคน

เอาคืนด้วยการสร้างชีวิตที่ดีเสียจนความเจ็บในอดีตไม่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตเราอีกต่อไป

ไปให้ไกล

แต่ไปเพื่อตัวเอง

นั่นน่าจะเป็นการแก้แค้นที่คุ้มที่สุดแล้ว

อ่านเรื่องราว ความคิด และงานศิลปะเพิ่มเติมได้ที่

https://muimeisan.art
FacebookX