เราแต่ละคนเป็นเสมือนหนังสือรอวันถูกเปิดอ่าน
เราแต่ละคนเป็นเสมือนหนังสือรอวันถูกเปิดอ่าน

ไปเจอมา คนหนึ่งเขากำลังอ่านหนังสืออยู่ แล้วเจอประโยคหนึ่งที่ทัชใจมาก
“เราแต่ละคนเป็นเสมือนหนังสือรอวันถูกเปิดอ่าน เราต่างหวังให้มีใครสักคนหยิบเราขึ้นอ่านโดยไม่ปิดทิ้งกลางคัน หวังให้เขาไม่พูดจาวิจารณ์พล่อย ๆ เหมือนเข้าใจเราปรุโปร่ง ทั้งที่เปิดอ่านเพียงผิวเผิน และหวังให้มีคนค้นพบคุณค่าว่า เราคือหนังสือเล่มพิเศษหนึ่งเดียวท่ามกลางหนังสืออีกมากมาย”
อันนี้เราเห็นด้วยมาก ๆ เลยว่า ใช่
มนุษย์ทุกคนเปรียบเสมือนหนังสือที่รอวันถูกเปิดอ่าน
และเราก็ไม่อยากโดนทิ้งกลางคัน
เราอยากจะอยู่กับใครสักคนให้รอดไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือความสัมพันธ์แบบไหนก็ตาม
เราไม่ได้อยากจะเปลี่ยนคนรักบ่อย ๆ
ไม่ได้อยากจะเสียความสัมพันธ์กับเพื่อน
ไม่ได้อยากจะเริ่มต้นทำความรู้จักใครใหม่ตั้งแต่หน้าแรกซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเล่มเดิมยังอ่านกันต่อได้
ส่วนเรื่องที่มีใครบางคนวิจารณ์เรา ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่รู้จักเราดีพอ เราก็คงหวังเหมือนกันว่าเขาจะไม่พูดอะไรแบบนั้น
แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้
เพราะบางคนอ่านเราแค่ไม่กี่หน้า แล้วก็คิดว่าเขาเข้าใจทั้งเล่มแล้ว
บางคนเห็นแค่หน้าปก ก็สรุปไปแล้วว่าเราเป็นหนังสือแบบไหน
บางคนเปิดอ่านตรงกลาง แล้วเอาหน้านั้นมาตัดสินทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้าและหลังจากนั้น
แต่เราก็ห้ามไม่ได้หรอกว่าใครจะอ่านเราแบบไหน
และแน่นอนว่าเราก็หวังเหมือนกันว่า วันหนึ่งจะมีใครสักคนพบคุณค่าว่าเราเป็นคนพิเศษ ท่ามกลางผู้คนอีกมากมายบนโลกใบนี้
ประโยคนี้จึงจริงมากสำหรับเรา
แล้วก็ใช่อีกอย่างหนึ่งว่า
มนุษย์ทุกคนล้วนพิเศษ
ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความพิเศษของตัวเอง
มันทำให้นึกถึงเพลง Something Just Like This
ในเพลงมีการพูดถึง Achilles, Hercules, Superman, Batman หรือ Spider-Man คนที่มีพลัง มีความสามารถพิเศษ หรือเป็นเหมือนฮีโร่
แต่สุดท้ายสิ่งที่คนคนหนึ่งต้องการกลับไม่ใช่คนแบบนั้น
เราไม่ได้ต้องการคนที่สมบูรณ์แบบ
ไม่ได้ต้องการเทพเจ้า
ไม่ได้ต้องการซูเปอร์ฮีโร่
เราอาจจะแค่อยากมีคนคนหนึ่งที่รักเรา ในแบบที่เราเป็นเท่านั้นเอง
ฟังดูเหมือนเป็นความรักธรรมดามากนะ
แต่จริง ๆ มันอาจเป็นหนึ่งในความรักที่เป็นอุดมคติที่สุดแบบหนึ่งเลยก็ได้
เพราะการที่มีใครสักคนรู้ว่าเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ
รู้ว่าเรามีด้านที่ไม่น่ารัก
รู้ว่าในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีแต่บทที่สวยงาม
มีหน้าที่เขียนผิด
มีหน้าที่เลอะ
มีบทที่น่าเบื่อ
มีตอนที่อ่านแล้วยังไม่เข้าใจ
แต่เขาก็ยังอยากอ่านต่อ
มันไม่ธรรมดาเลยนะ
แล้วในอีกด้านหนึ่ง คนทุกคนก็ดูเหมือนจะธรรมดา
เราเดินสวนกันบนถนนเป็นร้อยเป็นพันคน
แต่จริง ๆ แล้วทุกคนคือคนพิเศษ
เพราะไม่มีใครเหมือนคุณ
ไม่มีใครมีทุกอย่างเหมือนคุณ
ไม่มีใครมีประสบการณ์ชีวิตเหมือนคุณทั้งหมด
ไม่มีใครเติบโตมาในแบบเดียวกับคุณทุกอย่าง
ไม่มีใครคิดทุกอย่างเหมือนคุณ
ไม่มีใครรู้สึกกับทุกเรื่องเหมือนคุณ
ต่อให้เป็นฝาแฝด หน้าตาเหมือนกัน โตมาด้วยกัน ประสบการณ์ภายในก็ยังไม่เหมือนกันทั้งหมดอยู่ดี
เพราะฉะนั้นคุณคือคนพิเศษของโลกใบนี้จริง ๆ
ไม่ใช่พิเศษในความหมายว่าเหนือกว่าคนอื่น
แต่พิเศษเพราะ คุณมีอยู่เพียงหนึ่งเดียว
เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่อาจมีหนังสืออีกเป็นล้านเล่มอยู่ในห้องสมุดเดียวกัน
แต่ไม่มีเล่มไหนมีข้อความทุกบรรทัดเหมือนเล่มนี้
แล้วถ้าตอนนี้คุณกำลังรอใครสักคนอยู่
กำลังรอว่าเมื่อไหร่จะมีใครมาเปิดอ่านเรา
เมื่อไหร่จะมีคนเห็นคุณค่าเรา
เมื่อไหร่จะมีคนเลือกเราออกมาจากหนังสืออีกเป็นพันเป็นหมื่นเล่ม
จริง ๆ คุณไม่ต้องรอก็ได้
คุณใช้ชีวิตไปเลย
ทำชีวิตของคุณต่อไป
เขียนหน้าต่อไปของตัวเองไปเรื่อย ๆ
วันหนึ่งคนคนนั้นอาจเดินเข้ามาหาคุณเอง
และตลกดีนะ
มันอาจจะเป็นวันที่คุณไม่ได้ต้องการเขาแบบที่คุณเคยต้องการในตอนแรกแล้วก็ได้
วันที่คุณไม่ได้รู้สึกว่า
“ฉันต้องมีใครสักคนมาอ่านฉัน ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีคุณค่า”
เพราะถึงวันนั้นคุณอาจรู้แล้วว่า
ต่อให้ไม่มีใครหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน
หนังสือเล่มนี้ก็ยังมีคุณค่าของมันอยู่ดี
แล้วเราก็ต้องทำใจกับธรรมชาติของความสัมพันธ์ด้วยเหมือนกัน
บางทีมันก็คล้ายดวงดาวที่โคจรเข้ามาใกล้กัน แล้ววันหนึ่งก็โคจรห่างออกไป
บางคนเปิดหนังสือเรา อ่านไปได้ครึ่งเล่ม แล้วปิด
บางคนอ่านแค่ไม่กี่หน้า
บางคนอ่านเกือบจบ
บางคนอาจกลับมาเปิดอ่านใหม่อีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี
และบางคนอาจไม่เคยเปิดเราอ่านเลย
ธรรมชาติของหนังสือบางเล่มอาจเป็นแบบนั้น
บางเล่มถูกเปิดอ่าน
บางเล่มถูกเปิดแล้วปิด
บางเล่มถูกเก็บไว้บนชั้นนานมาก
แต่การที่ไม่มีใครอ่านมันต่อ
ไม่ได้แปลว่าเรื่องราวข้างในไม่มีคุณค่า
และการที่ใครสักคนปิดหนังสือลง
ก็ไม่ได้แปลว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ดี
บางครั้งมันแค่ไม่ใช่เวลาของเขาที่จะอ่านต่อ
หรือบางที เรื่องของเรากับเขาอาจจบลงตรงหน้านั้นพอดี
แต่หนังสือของเราไม่ได้จบตามเขาไปด้วย
เรายังเขียนหน้าต่อไปได้
และบางที
คนที่สำคัญที่สุดที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบตั้งแต่ต้นจนถึงหน้าสุดท้าย
ก็คือตัวเราเอง
อยากทำไอเดียของคุณให้เป็นงานจริง?
ดูบริการ Commission ทั้งหมดของ Muimeisan ได้ที่
สอบถามทาง LINE
ถ้าชอบงานเขียน ความคิด เรื่องความสัมพันธ์ ศิลปะ และเรื่องเล่าแบบนี้ ฝาก E-book “มึงตื่นค่ะ” ไว้ด้วยนะ
ซื้อแล้วดาวน์โหลดเป็น PDF เก็บไว้ในเครื่อง และกลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้
E-book “มึงตื่นค่ะ”
https://muimeisan.art/digital-products/product/97/
