เรียนสูงไม่ได้แปลว่าจะหาเงินเก่ง
เรียนสูงไม่ได้แปลว่าจะหาเงินเก่ง

ไปเจอมุกหนึ่งใน Threads แล้วขำ แต่ขำเสร็จก็รู้สึกว่า เออ…มันมีอะไรให้คิดเหมือนกันนะ ![]()
มีครอบครัวหนึ่ง
ลูกคนแรก จบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์
ลูกคนที่สอง จบ MBA
ลูกคนที่สาม จบปริญญาเอก เป็น ดร.
ลูกคนที่สี่ เป็นโจรลักเล็กขโมยน้อย
เพื่อนบ้านถามพ่อว่า
“ทำไมไม่ไล่ไอ้ลูกคนที่ 4 ออกจากบ้าน”
พ่อก็ตอบว่า
“มันหาเงินได้คนเดียว ที่เหลือตกงานหมด”
ฟังแล้วขำ เพราะมันกลับด้านทุกอย่างที่เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก
เราโตมากับประโยคว่า
เรียนให้สูง
จะได้มีงานดี
จะได้มีเงินเยอะ
จะได้มีชีวิตมั่นคง
แต่ชีวิตจริงไม่ได้เรียงสมการตรงขนาดนั้น
คนเรียนสูงอาจตกงานได้
คนเรียนไม่สูงอาจหาเงินเก่งมากได้
คนเก่งวิชาการอาจไม่เก่งเรื่องขาย
คนเก่งบริหารอาจไม่เก่งสร้างโอกาสให้ตัวเอง
และคนที่มีวุฒิหลายใบก็ไม่ได้แปลว่าตลาดต้องการเขาเสมอไป
ปริญญาพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า
คุณผ่านระบบการศึกษาระดับหนึ่งมาได้
แต่มันไม่ได้รับประกันทั้งหมดว่า
คุณอ่านตลาดออกไหม
ขายของเป็นไหม
แก้ปัญหาให้คนอื่นได้หรือเปล่า
กล้าลองอะไรใหม่ไหม
สื่อสารเก่งไหม
สร้างรายได้เองได้หรือไม่
ตรงนี้ต่างหากที่โลกการทำงานยุคนี้เริ่มเปลี่ยนไปเยอะมาก
เมื่อก่อนเส้นทางค่อนข้างตรง
เรียน → สมัครงาน → ทำงาน → เงินเดือนขึ้น
แต่ตอนนี้คนหนึ่งคนอาจมีรายได้จากหลายทางพร้อมกัน
ทำงานประจำ
ขายของ
รับฟรีแลนซ์
ทำคอนเทนต์
ขายงานดิจิทัล
สอนออนไลน์
ทำธุรกิจคนเดียว
หรือสร้างสินทรัพย์ที่ขายซ้ำได้
เพราะฉะนั้น คนที่อยู่รอดได้ดีในอนาคตอาจไม่ใช่คนที่มีวุฒิสูงที่สุดเสมอไป
แต่อาจเป็นคนที่
เรียนรู้เร็วที่สุด
ปรับตัวเร็วที่สุด
และเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองรู้ให้กลายเป็นคุณค่าที่มีคนยอมจ่ายเงิน
แน่นอน มุกนี้ไม่ได้แปลว่าเราควรยกย่อง “โจร” เพราะอาชญากรรมก็คืออาชญากรรม
ความตลกของมันอยู่ตรงที่มันเอาสิ่งที่สังคมมองว่าประสบความสำเร็จที่สุด
คือการเรียนสูง
ไปชนกับคำถามง่ายมากว่า
“แล้วตอนนี้หาเงินได้ไหม”
ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
บางครั้งคนเรียนสูงมาก
ก็อาจต้องเริ่มเรียนใหม่อีกครั้งหลังเรียนจบ
เรียนเรื่องตลาด
เรียนเรื่องเงิน
เรียนเรื่องลูกค้า
เรียนเรื่องการขาย
เรียนเรื่องเทคโนโลยี
และเรียนเรื่องว่าโลกภายนอกต้องการอะไรจากเรา
เพราะสุดท้ายแล้ว
ใบปริญญาบอกว่าเราเคยเรียนอะไรมา
แต่รายได้บอกว่า ตอนนี้เราสร้างคุณค่าอะไรให้คนอื่นได้บ้าง
สองอย่างนี้ดีทั้งคู่
แค่ไม่ควรสับสนว่า
มันคือสิ่งเดียวกัน
และบางทีบทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิต
อาจเริ่มหลังวันรับปริญญานั่นแหละ ![]()
ถ้าคุณกำลังเขียนนิยายหรือกำลังหาโลกบางใบให้เรื่องของตัวเอง ลองดูต่อได้ที่
Ready Cover
Novel Cover Commission
Music License Shop
