ความรักไม่ใช่งานรีโนเวต
ความรักไม่ใช่งานรีโนเวต

เราไปเจอเธรดหนึ่ง เขียนประมาณว่า
ชอบคนแบบไหน ก็ไปเลือกคนแบบนั้นตั้งแต่แรก
ทั้งหน้าตา บุคลิก ไลฟ์สไตล์ รสนิยม อาหารการกิน วิธีใช้ชีวิต ครอบครัว ไปจนถึงคนรอบตัว
เพราะไม่มีใครดี 100% อยู่แล้ว
คำถามจริง ๆ คือ สิ่งที่เขาเป็นนั้น เราอยู่กับมันได้ไหม
อ่านแล้วเราว่าน่าสนใจมาก
เพราะบางทีเวลาเราพูดเรื่อง “สเปก” คนจะนึกถึงเรื่องผิวเผินก่อนเลย
สูงไหม
หล่อไหม
สวยไหม
แต่งตัวแบบไหน
แต่พอคบกันจริง ๆ สิ่งที่ทำให้ชีวิตเหนื่อยอาจไม่ใช่เรื่องพวกนั้นเลย
มันอาจเป็นว่า
คนหนึ่งชอบออกไปเจอคนทุกคืน แต่อีกคนต้องการชีวิตเงียบ ๆ
คนหนึ่งใช้เงินกับประสบการณ์ แต่อีกคนให้ความสำคัญกับการเก็บเงิน
คนหนึ่งสนิทกับครอบครัวมาก แต่อีกคนต้องการพื้นที่ส่วนตัวสูง
คนหนึ่งคิดว่าการกินข้าวด้วยกันทุกวันคือเรื่องสำคัญ แต่อีกคนรู้สึกว่าไม่จำเป็น
ไม่มีใครผิด
แต่คำว่า “ไม่มีใครผิด” ไม่ได้แปลว่า “ทุกคนเหมาะจะเป็นแฟนกัน”
อันนี้ต่างหากที่เราว่าน่าสนใจ
หลายความสัมพันธ์ไม่ได้พังเพราะมีคนเลวหนึ่งคน
บางทีมันพังเพราะมีคนสองคนที่โอเคทั้งคู่
แต่ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการพยายามทำให้อีกคนกลายเป็นคนที่ตัวเองต้องการ
แล้วมันก็กลายเป็นโปรเจกต์รีโนเวตระยะยาว
อยากให้เขาออกสังคมน้อยลง
อยากให้เขาดูแลตัวเองมากขึ้น
อยากให้เขาชอบสิ่งที่เราชอบ
อยากให้เขาเข้ากับครอบครัวเรา
อยากให้เขาแสดงความรักมากกว่านี้
อยากให้เขาใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง
จนบางครั้งต้องย้อนถามว่า
ถ้าเราต้องเปลี่ยนเขาเยอะขนาดนี้ เราชอบ “เขา” หรือเราชอบคนที่หวังว่าสักวันเขาจะกลายเป็นกันแน่
แน่นอนว่าคนรักกันย่อมมีการปรับตัว
ไม่มีคู่ไหนเหมือนกันทุกอย่าง และคงไม่มีใครหาอีกคนที่ตรงสเปกได้ 100%
แต่ “การปรับตัว” กับ “การพยายามเปลี่ยนตัวตนของอีกคน” มันคนละเรื่อง
เราอาจกินอาหารคนละอย่างแล้วเลือกร้านที่มีทั้งสองแบบได้
เราอาจมีงานอดิเรกคนละอย่างแล้วต่างคนต่างมีพื้นที่ของตัวเองได้
แต่ถ้าสิ่งที่ต่างคือคุณค่าพื้นฐาน วิธีมองเงิน วิธีมองครอบครัว วิธีแสดงความรัก หรือภาพชีวิตที่อยากมีในอนาคต
ความต่างพวกนั้นอาจไม่ได้จบด้วยคำว่า
“เดี๋ยวคบกันไปก็ปรับได้”
อีกประโยคหนึ่งในเธรดที่เราชอบคือ
เลือกคนที่เท่า ๆ กัน
แต่เราไม่ได้อ่านคำว่า “เท่ากัน” ว่าต้องหารทุกอย่างคนละครึ่งเป๊ะ ๆ
ไม่ใช่วันนี้โทรมา 3 ครั้ง ฉันต้องโทรกลับ 3 ครั้ง
ซื้อของให้ 500 ต้องซื้อกลับ 500
ความสัมพันธ์คงเหนื่อยตายถ้าต้องเปิด Excel นับกันขนาดนั้น
คำว่าเท่ากันในความหมายที่เราชอบ คือ
เราอยากมีเขาอยู่ในชีวิต
และเขาก็อยากมีเราอยู่ในชีวิต
เราให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์
เขาก็ให้ความสำคัญกับมัน
มีช่วงหนึ่งเราอาจให้มากกว่า
อีกช่วงเขาอาจเป็นคนประคองมากกว่า
แต่มันไม่ควรเป็นความสัมพันธ์ที่คนหนึ่งต้องยืนขออยู่ตลอดว่า
รักเราหน่อย
สนใจเราหน่อย
เลือกเราหน่อย
ชัดเจนกับเราหน่อย
พยายามเพื่อเราหน่อย
เพราะสิ่งที่เหนื่อยที่สุดอาจไม่ใช่การรักใครสักคน
แต่คือการต้องโน้มน้าวคนที่เรารักซ้ำ ๆ
ว่า ความสัมพันธ์นี้ควรสำคัญกับเขาด้วย
สุดท้ายเราเลยค่อนข้างเห็นด้วยกับแก่นของเธรดนั้น
เลือกคนที่ชอบให้ดีตั้งแต่ต้น
ไม่ใช่แค่เลือกคนที่ “ดี”
เลือกคนที่โลกของเขากับโลกของเราอยู่ใกล้กันพอ
ที่ไม่ต้องใช้ทั้งชีวิตลากโลกสองใบเข้าหากัน
เพราะความรักอาจช่วยให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากันได้มากมาย
แต่เราไม่แน่ใจว่าความรักควรถูกใช้เป็นเหตุผล
ให้เราฝืนอยู่กับสิ่งที่รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าเราไม่ต้องการ
ความรักไม่ควรเป็นการเจอบ้านที่ไม่ใช่
แล้วซื้อมาเพราะคิดว่าเดี๋ยวรีโนเวตทั้งหลังเอาก็ได้
บางทีเลือกบ้านที่เราอยากอยู่ตั้งแต่แรก
ชีวิตอาจเบากว่ากันเยอะ
ถ้าความคิดเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ หรือชีวิตของคุณกำลังกลายเป็นเรื่องเล่า บางครั้งภาพและเสียงก็ช่วยเปิดโลกของเรื่องนั้นต่อได้อีกทาง
Ready Cover — ปกนิยายพร้อมใช้
https://muimeisan.art/ready-covers/
Novel Cover Commission — ออกแบบปกเฉพาะเรื่อง
https://muimeisan.art/commission/?service=novel-cover-design-commission
Music License Shop — เพลงสำหรับนิยายและงานสร้างสรรค์
https://muimeisan.art/music-license-shop/
