รัฐสมัยใหม่ได้สร้างโลกที่ความเป็นกันเองของคนจางหายไป
รัฐสมัยใหม่ได้สร้างโลกที่ความเป็นกันเองของคนจางหายไป

“รัฐสมัยใหม่ได้สร้างโลกที่ความเป็นกันเองของคนจางหายไป เหลือไว้เพียงแต่เขาวงกตที่เรียกว่าขั้นตอนทางราชการ คนเราไม่ได้ตาย รัก หรือฆ่ากันโดยตรงอีกต่อไป หากแต่ทำผ่านตัวแทนที่เรียกว่าเหตุผลเชิงประสิทธิภาพ”
— อัลแบรต์ กามูส์, 2569, น. 16
เราอ่านประโยคนี้แล้วติดอยู่กับคำว่า “เขาวงกตที่เรียกว่าขั้นตอน” มาก
เพราะถ้ามองเผิน ๆ ขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทรมานใคร
มันถูกสร้างขึ้นเพราะสังคมใหญ่เกินกว่าที่ทุกเรื่องจะจัดการกันด้วยการรู้จักเป็นการส่วนตัว
เราจึงมีแบบฟอร์ม
มีเลขที่เอกสาร
มีหน่วยงาน
มีผู้รับผิดชอบ
มีข้อกำหนดว่าเรื่องหนึ่งต้องผ่านโต๊ะไหนก่อนถึงโต๊ะไหน
ทั้งหมดนี้มีเหตุผลของมัน
ปัญหาอาจเริ่มขึ้นในวันที่ ระบบที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้มนุษย์ กลายเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องรับใช้เสียเอง
คนที่กำลังเดือดร้อนอาจไม่ได้ถูกมองเป็น “คนที่กำลังเดือดร้อน”
แต่กลายเป็น
“เคสนี้เอกสารไม่ครบ”
“เรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจของฝ่ายเรา”
“ต้องยื่นใหม่”
“ต้องรออนุมัติ”
“ระบบยังไม่เปิด”
ไม่มีใครในประโยคเหล่านี้จำเป็นต้องเป็นคนใจร้ายเลย
และนั่นต่างหากที่น่าสนใจ
เพราะบางครั้งความเย็นชาของระบบไม่ได้เกิดจากการที่มีใครสักคนตั้งใจจะเย็นชา
แต่มันเกิดขึ้นเมื่อแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองถูกต้องหมดแล้ว
คนหนึ่งตรวจเอกสาร
คนหนึ่งทำตามระเบียบ
คนหนึ่งส่งต่อ
คนหนึ่งอนุมัติ
อีกคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง
ทุกคนอาจทำงาน “ถูกต้อง”
แต่คนที่อยู่ปลายทางก็ยังอาจไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ
ตรงนี้ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมกามูส์ถึงโยงเรื่องราชการเข้ากับ ประสิทธิภาพและความเป็นนามธรรม
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การมีขั้นตอนเยอะ
แต่คือวันที่เรามองมนุษย์ผ่านขั้นตอนเหล่านั้นจนลืมไปว่า อีกด้านหนึ่งของเอกสารมีคนจริง ๆ อยู่
มีคนกำลังรอ
มีคนกำลังกลัว
มีคนกำลังสูญเสีย
มีคนกำลังไม่มีเงิน
มีคนกำลังเจ็บ
หรือบางทีมีคนที่ชีวิตแขวนอยู่กับคำว่า “อนุมัติ” เพียงคำเดียว
ระบบราชการเองไม่ได้มีแต่ด้านเลวร้าย เพราะการบริหารคนจำนวนมากย่อมต้องอาศัยกฎ มาตรฐาน และกระบวนการที่คาดการณ์ได้ แนวคิดเรื่องระบบราชการสมัยใหม่เองก็ผูกอยู่กับความแม่นยำ ความต่อเนื่อง และประสิทธิภาพในการจัดการงานขนาดใหญ่
เพราะฉะนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า
“เราควรมีระบบหรือไม่?”
แต่คือ
“เราจะสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้มนุษย์หายไปจากมันได้อย่างไร?”
กามูส์พูดถึงโลกที่คนเริ่มติดต่อกันผ่าน “เขาวงกตของพิธีการ” และเตือนถึงสังคมที่ประสิทธิภาพกับความเป็นนามธรรมค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน แนวคิดนี้ปรากฏชัดในปาฐกถา The Human Crisis ของเขาในปี 1946
เราเลยคิดว่า บางทีสิ่งที่ระบบสมัยใหม่ต้องระวังที่สุดไม่ใช่แค่ความไม่มีประสิทธิภาพ
แต่เป็นอีกด้านหนึ่งด้วย
คือ มีประสิทธิภาพมากเสียจนไม่มีใครหยุดถามแล้วว่า สิ่งที่เรากำลังทำกับคนตรงหน้า มันสมเหตุสมผลในฐานะมนุษย์หรือเปล่า
เพราะกระดาษไม่มีความรู้สึก
ฐานข้อมูลไม่มีความรู้สึก
ระเบียบไม่มีความรู้สึก
สุดท้ายแล้ว คนที่ยังต้องมีความรู้สึกอยู่
ก็คือคนที่อยู่หลังโต๊ะกับคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะนั่นแหละ
