COLLECTOR

ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส

Typography Art
September 24, 2026

ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส

ถ้าถามว่า ประเทศแรกสุดที่เราเคยอยากไปอยู่ อยากไปทำงานมากที่สุดคือที่ไหน

น่าจะเป็น อเมริกา

อย่างน้อยก็อเมริกาในภาพที่เราเคยรู้จัก ก่อนที่อะไรหลายอย่างมันจะดูเหลวเป๋วไปกว่านี้

ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส

คนเริ่มจากศูนย์ก็ไปได้

คนไม่มีเส้นก็สร้างตัวได้

ถ้ามีความสามารถ มีความพยายาม มีไอเดีย ก็มีพื้นที่ให้ลอง

มันเป็นภาพของประเทศที่เหมือนจะบอกว่า

“ถ้ามึงมีของ มึงก็ลองมา”

ซึ่งตอนเด็กกว่านี้เราชอบความรู้สึกแบบนั้นมาก

แต่พออายุมากขึ้น อ่านข่าวมากขึ้น เห็นเรื่องปืน เรื่องความรุนแรง เรื่องอาชญากรรม เรื่องความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ มากขึ้น ความอยากไปอยู่ก็ค่อย ๆ หาย

ไม่ได้แปลว่าอเมริกาทั้งประเทศเป็นแบบนั้นหมดนะ

แต่สำหรับเรา แค่ความรู้สึกว่าเรื่องปืนมันใกล้ตัวกว่าที่เราคุ้นเคย มันก็ทำให้ไม่ค่อยอยากเอาชีวิตไปเสี่ยงแล้ว

สรุปง่าย ๆ คือ

อยู่บ้านก็ดีกว่า

ถ้าแมลงไม่เยอะไปหน่อย

แล้วฝนตกทีไรน้ำไม่ต้องลุ้นว่าจะท่วมบ้านไหม

ก็น่าจะดีกว่านี้อีก 😂

จริง ๆ ถ้าถามความรู้สึกแรก ๆ ตอนกลับมาอยู่ไทยว่าเป็นยังไง

คำตอบคือ

ไม่ได้อยากอยู่ไทย

และไม่ได้คิดด้วยว่าจะอยู่ที่นี่ไปตลอด

เราเคยคิดว่าชีวิตเราน่าจะไปอยู่ที่อื่น

ทำงานที่อื่น

ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง

แต่เพราะป่วย ชีวิตมันเลยพากลับมาตั้งต้นที่นี่อีกครั้ง

ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกโรแมนติกอะไรกับคำว่า “บ้านเกิด” หรอก

มันออกแนว

เออ กลับมาก่อน เพราะตอนนี้ต้องกลับ

มากกว่า

แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ

แปลกดีนะ

จากที่เคยคิดว่าไม่อยากอยู่

มันค่อย ๆ กลายเป็นว่าเรารักที่นี่ในรูปแบบหนึ่ง

ไม่ได้รักแบบหลับหูหลับตาว่าทุกอย่างดี

เพราะอะไรที่ไม่โอเค เราก็ยังเห็นว่าไม่โอเค

เรื่องระบบ

เรื่องคน

เรื่องสังคม

เรื่องอากาศ

เรื่องเมือง

เรื่องน้ำท่วม

เรื่องแมลงที่บางทีก็รู้สึกว่าแม่งเยอะไปไหม 😂

แต่พออยู่ไปนาน ๆ เราก็เริ่มรู้วิธีอยู่กับมัน

หลายอย่างที่เมื่อก่อนรับไม่ได้

พอปรับตัวจนชิน

มันก็…

อยู่ได้ของมัน

แล้วเรื่องที่สำคัญมากกว่าประเทศในอุดมคติ คือ ตอนนี้คนที่เรารักอยู่ที่นี่

ครอบครัวอยู่ที่นี่

เพื่อนอยู่ที่นี่

คนที่เราผูกพันอยู่ที่นี่

พอคิดแบบนี้ คำว่า “อยากย้ายประเทศ” มันเลยไม่ใช่คำถามง่าย ๆ แบบเดิมแล้ว

เพราะเมื่อก่อนเราอาจเลือกประเทศจาก

โอกาส

งาน

รายได้

วัฒนธรรม

หรือภาพชีวิตที่เราอยากมี

แต่พอถึงจุดหนึ่ง เรากลับเริ่มเลือกจากคำถามว่า

แล้วคนของเราอยู่ที่ไหน

มันทำให้เราเข้าใจว่า “บ้าน” อาจไม่ได้แปลว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก

มันอาจแค่เป็นสถานที่ที่เรารู้วิธีใช้ชีวิตอยู่ในนั้นแล้ว

รู้ว่ากินอะไร

ไปไหน

คุยกับใคร

เวลาแย่โทรหาใคร

เวลาเหนื่อยกลับไปหาใคร

แล้วความคุ้นเคยนี่แหละที่วันหนึ่งมันค่อย ๆ กลายเป็นความสบาย

ประเทศไทยสำหรับเราตอนนี้เลยเป็นประมาณนั้น

ไม่ได้เพอร์เฟกต์

แต่ อยู่สบาย

โดยเฉพาะถ้าไม่คิดอะไรมากเกินไป

ไม่เอาทุกข่าวมาประสาทแดก

ไม่เอาทุกคนที่เราไม่ชอบมาอยู่ในหัว

ไม่เอาทุกปัญหาของประเทศมาแบกเป็นปัญหาส่วนตัวทั้งหมด

ชีวิตมันก็เบาลงเยอะ

ส่วนเรื่องคน toxic เราก็คิดง่ายขึ้นมากแล้ว

มันมีกันทั่วโลก

ย้ายประเทศก็ไม่ได้แปลว่าจะย้ายหนีมนุษย์ประเภทที่เราไม่ชอบพ้น

ญี่ปุ่นก็มี

อเมริกาก็มี

ไทยก็มี

ทุกที่มีหมด

สุดท้ายเราเลยคิดว่า ประเทศที่ “เหมาะกับเรา” อาจไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีข้อเสีย

เพราะไม่มีที่ไหนแบบนั้น

แต่มันคือที่ที่

ข้อเสียของมัน

เรารับมือไหว

ข้อดีของมัน

ยังมีความหมายกับเรา

และที่สำคัญ

ยังมีคนที่เราอยากกลับบ้านไปหาอยู่ตรงนั้น

เมื่อก่อนถ้ามีคนถามว่า

“อยากอยู่ไทยไปตลอดไหม”

เราอาจตอบเร็วมากว่า

ไม่

แต่ตอนนี้ถ้าถามอีกที

เราน่าจะตอบว่า

เออ…ก็อยู่ได้นะ

ขออย่างเดียว

แมลงน้อยลงหน่อย

แล้วฝนตกอย่าให้น้ำเข้าบ้าน

ที่เหลือค่อยว่ากัน

MUIMEISAN · SHARE

แชร์คอนเทนต์นี้ Share this content