COLLECTOR

ปีกของตัวเอง

← โมกุกับเลิฟ
EPISODE 29

ปีกของตัวเอง

ปีกของตัวเอง — page 1
1 / 1
ARTICLE

“The bird doesn't stand on the branch because it's confident it won't break, but because it knows that if it does break it can fly.”

นกไม่ได้เกาะอยู่บนกิ่งไม้เพราะมั่นใจว่ากิ่งนั้นจะไม่มีวันหัก

แต่เพราะมันรู้ว่า ต่อให้กิ่งนั้นหักลงมา มันก็ยังบินได้

เราไปเจอประโยคนี้มาแล้วชอบมากกก

เพราะมันไม่ได้พูดเรื่อง “ความมั่นใจในกิ่งไม้”

แต่มันพูดเรื่อง ความมั่นใจในปีกของตัวเอง

แล้วพอเอามาคิดกับความสัมพันธ์ เราว่ามันตรงมาก

การรักใครสักคนอย่างเต็มที่ ไม่ได้แปลว่าเราต้องเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันเปลี่ยน

ไม่มีวันจากไป

ไม่มีวันทำให้เราผิดหวัง

หรือความสัมพันธ์นี้จะไม่มีวันแตกหัก

เพราะเอาเข้าจริง เราไม่มีทางควบคุมคนอีกคนได้ขนาดนั้น

สิ่งที่เราควบคุมได้มากกว่าคือ

ถ้าวันหนึ่งอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป เราจะยังยืนอยู่กับตัวเองได้ไหม

สำหรับเรา การเป็นอิสระทางอารมณ์ไม่ได้แปลว่าไม่รักใคร

ไม่ได้แปลว่าไม่คิดถึง

ไม่ได้แปลว่าต้องทำตัวเย็นชา

และไม่ได้แปลว่า “ฉันไม่ต้องการใครเลย”

มันคือการรักใครสักคนโดยไม่เอาตัวตนทั้งหมดของเราไปแขวนไว้กับเขา

คิดถึงได้

ผูกพันได้

อยากอยู่ด้วยกันได้

เสียใจได้ถ้าความสัมพันธ์มีปัญหา

แต่ไม่ถึงขั้นว่า ถ้าเขาเปลี่ยนใจ ชีวิตเราจะพังหมดทั้งระบบ

เพราะบางทีความทุกข์ในความสัมพันธ์ไม่ได้เกิดจากการรักมากอย่างเดียว

แต่มันเกิดจากการที่เราเผลอเอา

คุณค่าของตัวเอง

ความมั่นคงของตัวเอง

อนาคตของตัวเอง

ความสุขของตัวเอง

ไปฝากไว้กับคนอีกคนทั้งหมด

แล้วบอกตัวเองว่า

“ตราบใดที่เขายังอยู่ เราถึงจะโอเค”

ตรงนี้ต่างหากที่มันน่ากลัว

เพราะเมื่อเราฝากทุกอย่างไว้บนกิ่งเดียว ต่อให้กิ่งนั้นแค่สั่น เราก็กลัวแล้ว

เขาตอบช้าหน่อย เราก็คิดมาก

เขาดูห่างไป เราก็เริ่มกลัว

เขามีชีวิตของตัวเอง เราก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกทิ้ง

ทั้งที่บางครั้งอีกฝ่ายยังไม่ได้ไปไหนเลย

แต่เราเริ่มแตกสลายไปก่อนแล้ว

เราเลยชอบภาพของนกมาก

นกไม่ได้อยู่บนกิ่งแบบประมาท

มันไม่ได้คิดว่า

“กิ่งนี้ไม่มีวันหักแน่นอน”

มันแค่รู้ว่า

ถ้ากิ่งหัก ฉันก็ยังมีปีก

เราอยากให้ความรักเป็นแบบนั้น

คือเราอยู่กับใครสักคนอย่างเต็มที่ได้

ให้ใจได้

ดูแลได้

คิดถึงได้

วางอนาคตบางส่วนร่วมกันได้

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ยังมีชีวิตของตัวเอง

มีเพื่อน

มีงาน

มีสิ่งที่ชอบ

มีพื้นที่เงียบ ๆ ของตัวเอง

มีคุณค่าที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกเราอยู่หรือไม่

และที่สำคัญคือ

เรายังมีปีก

ปีกอาจเป็นความสามารถในการดูแลตัวเอง

ปีกอาจเป็นรายได้ของตัวเอง

ปีกอาจเป็นเพื่อนที่เรายังมี

ปีกอาจเป็นความสามารถในการอยู่คนเดียว

หรือปีกอาจเป็นความรู้ว่า ต่อให้เสียใจมาก เราก็จะค่อย ๆ ผ่านมันไปได้

อิสระทางอารมณ์จึงไม่ใช่การไม่ผูกพัน

แต่มันคือการผูกพันโดยไม่สูญเสียตัวเอง

มันคือการบอกอีกคนว่า

“เราเลือกอยู่กับเธอ เพราะเราอยากอยู่”

ไม่ใช่

“เราอยู่กับเธอ เพราะถ้าไม่มีเธอ เราไม่เหลืออะไรแล้ว”

สองประโยคนี้ดูคล้ายกันมาก

แต่ความรู้สึกข้างในต่างกันคนละโลก

ความรักแบบแรกมีอิสระอยู่ข้างใน

ส่วนความรักแบบหลังเต็มไปด้วยความกลัว

เราไม่ได้อยากรักใครแบบไม่รู้สึกอะไรเวลาสูญเสีย

เราอยากรักแบบที่ ต่อให้วันหนึ่งต้องเสียใจจริง ๆ

เราก็ยังรู้ว่า

ความสัมพันธ์นั้นมีความหมาย

ความรักนั้นเคยมีอยู่จริง

เราเคยมีความสุขกับมันจริง

และการที่มันเปลี่ยนไปในวันหนึ่ง

ไม่ได้ทำให้คุณค่าของเราหายไปด้วย

บางทีความมั่นคงที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์

อาจไม่ใช่การหากิ่งที่สัญญาว่าจะไม่มีวันหัก

เพราะไม่มีใครรับประกันอะไรแบบนั้นได้ตลอดไป

แต่คือการค่อย ๆ สร้างปีกของตัวเองให้แข็งแรง

จนเราสามารถรักใครสักคนได้อย่างเต็มที่

โดยไม่ต้องจับกิ่งนั้นแน่นจนตัวเองเจ็บ

เพราะสุดท้ายแล้ว

ความรักที่ไม่ทำให้เราหายไปจากชีวิตของตัวเอง

น่าจะเป็นความรักที่อิสระที่สุดแบบหนึ่ง

FacebookX