วันนี้เจอโพสต์ในเธรด
“เรามักคิดว่า สิ่งที่คนเรากลัวที่สุดคือ ‘ความตาย’ แต่บางที สิ่งที่น่ากลัวกว่า อาจเป็นการมีชีวิตอยู่ไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งหันกลับมาแล้วพบว่า เราแทบไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้เลย
นิทานเซนเรื่องนี้ไม่ได้ชวนให้เราหมกมุ่นกับความตาย แต่ชวนให้ลองคิดกลับด้านว่า ถ้าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะยังมีวันพรุ่งนี้ไปอีกนานแค่ไหน วันนี้ยังมีอะไรที่เราอยากทำ อยากพูด อยากลอง หรืออยากเปลี่ยน แต่ยังผัดไว้ก่อนบ้าง
บางเรื่องเราอาจไม่ต้องรอให้ ‘พร้อมกว่านี้’ ก็ได้”
อันนี้เราเห็นด้วยนะ
จริง ๆ แล้วความตายอาจไม่ได้น่ากลัวเท่าการใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มีความหมาย
คำว่า “ความหมาย” ที่ว่าเนี่ย มันไม่จำเป็นจะต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ หรือมีประโยชน์ต่อคนอื่นมากมายก็ได้
แต่ตัวเราต้องอยากจะใช้ชีวิตแบบนั้น
ไม่ใช่ปล่อยให้ชีวิตมันลากเราไป แล้วสุดท้ายเราไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากทำ อย่างที่อยากเป็น หรืออยากจะไป
เขาถึงบอกกันว่า ถ้ามีเวลา มีทุน และมีแรงพอที่จะทำตามความใฝ่ฝันของตัวเอง ให้รีบทำตั้งแต่ตอนนี้
เพราะเราไม่รู้ว่าโอกาสที่เราจะได้ทำสิ่งนั้นมันจะมีอีกหรือเปล่า
บางทีสิ่งสำคัญก็คือเรื่องของ “โอกาส”
เพราะวันหนึ่งทุกคนก็ต้องแก่ และบางอย่างที่วันนี้เรายังมีแรงทำ อีกสิบปี ยี่สิบปี หรือสามสิบปี เราอาจทำไม่ได้แบบเดิมแล้วก็ได้
ก่อนจะถึงวันนั้น เราจะพูดกับตัวเองได้ไหมว่า
เราได้ใช้ชีวิตนี้อย่างที่เราอยากใช้แล้ว
มันอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เปลี่ยนโลก และไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใครมากมาย
แต่ถ้าเราพูดได้ว่า
เราใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากใช้แล้ว
แค่นั้นเราว่าก็มีความหมายมากพอแล้ว
เพราะบางทีพรุ่งนี้ของเราอาจจะไม่ได้ยาวนานอย่างที่เราคิดก็ได้
บางคนจากไปอย่างรวดเร็วจากโรคหรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
บางคนคิดว่าต้องพร้อมกว่านี้ก่อน ต้องมีเงินกว่านี้ก่อน ต้องมีนั่นมีนี่ก่อน ถึงจะค่อยใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้
บางคนก็ติด factor ทางครอบครัว เรื่องเงิน หน้าที่ หรือความรับผิดชอบต่าง ๆ
แล้วมันก็จริงนะว่า ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถลุกขึ้นมาทำสิ่งที่อยากทำได้ทันที
เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า “ถ้าอยากทำอะไรก็ทิ้งทุกอย่างแล้วไปทำเลย”
แต่เราแค่รู้สึกว่า อย่างน้อยเราน่าจะลองถามตัวเองดูบ้างว่า
มีอะไรสักอย่างไหมที่เราอยากทำ แต่ผัดมันมานานมากแล้ว
ไม่ต้องสิบอย่างก็ได้
ลองแค่ 1-3 อย่าง หรือแค่หนึ่งอย่างก็พอ
วันนี้มีอะไรที่เราอยากทำจริง ๆ แล้วเราพอจะเจียดเวลาให้มันได้ไหม
ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%
ถ้าอยากเขียนหนังสือ ก็เขียนหนึ่งหน้า
ถ้าอยากวาดรูป ก็วาดหนึ่งรูป
ถ้าอยากเรียนอะไรสักอย่าง ก็เริ่มวันละนิด
ถ้าอยากไปที่ไหนแต่ยังไปไม่ได้ ก็เริ่มเก็บเงิน เริ่มวางแผน หรือทำให้มันเข้าใกล้ความจริงขึ้นมาหน่อย
เพราะบางทีสิ่งที่ทำให้ความฝันยังไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเราทำไม่ได้
แต่เพราะเราเอาแต่วางมันไว้ในคำว่า
“ไว้ก่อน”
แล้วคำว่า “ไว้ก่อน” บางทีก็ลากยาวเป็นปี ห้าปี สิบปี จนวันหนึ่งเราหันกลับมาแล้วพบว่า โอกาสบางอย่างมันผ่านไปแล้วจริง ๆ
ถ้าถามเราว่า เราใช้ชีวิตที่เราอยากใช้หรือยัง
เราไม่ได้เสียดายชีวิตที่ผ่านมาเท่าไหร่นะ
มีหลายอย่างที่อยากทำ เราก็ได้ทำ มีหลายทางที่อยากลอง เราก็ได้ลอง
แต่ถ้าให้เลือกใหม่ได้ เราก็คงอยากประหยัดกว่านี้ ใช้เงินไม่เยอะเท่านี้ เก็บเงินมากกว่านี้ และวางแผนเรื่องการเงินให้ดีกว่านี้
แต่เรื่องพวกนี้มันเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ได้
เราแก้อดีตไม่ได้
แต่เรายังแก้พฤติกรรมของวันนี้ได้
เราอาจไม่มีทางรู้ว่าเราจะมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่
แต่ในเวลาที่ยังมีอยู่ เราน่าจะลองใช้มันให้ใกล้กับชีวิตที่เราอยากใช้ให้มากที่สุด
ไม่ต้องเป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่
แค่เป็นชีวิตที่วันหนึ่งเราหันกลับมาแล้วพูดกับตัวเองได้ว่า
อย่างน้อย เราก็ได้ใช้ชีวิตนี้ในแบบที่เราอยากใช้แล้วจริง ๆ

