COLLECTOR

อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นตัวเองได้

← โมกุกับเลิฟ
EPISODE 22

อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นตัวเองได้

อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นตัวเองได้ — page 1
1 / 1
ARTICLE

อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นตัวเองได้

บางทีคนที่เหมาะกับเรา
อาจไม่ใช่คนที่อยากอยู่กับเราทุกนาที

แต่อาจเป็นคนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเราแล้ว
เรายังเป็นตัวเองได้

ไปเจอข้อความหนึ่งมา แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจตรงที่ ความสัมพันธ์ที่ “ดี” สำหรับแต่ละคนอาจไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันเลย

มีคนหนึ่งเล่าว่า ก่อนจะคบใคร เขาเคยคิดว่าจะมีใครรับความประสาทแดกของตัวเองได้ไหม

เพราะบางวันก็ไม่ได้อยากมีแฟน
ไม่ได้อยากคุยกับใคร
อยากอยู่คนเดียว อ่านนิยายไปเรื่อย ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

แต่บางวันก็อยากมีแฟน
อยากมีโมเมนต์น่ารัก ๆ
อยากมีใครสักคนที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า

“นี่แฟนเรา”

แล้ววันหนึ่งเขาก็เจอคนที่ทำให้รู้ว่า

การมีความสัมพันธ์ ไม่ได้แปลว่าเราต้องเสียพื้นที่ส่วนตัวทั้งหมดไป

เราอ่านแล้วรู้สึกว่า สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องว่า
“แฟนกันต้องตอบแชทไหม”
“ต้องบอกฝันดีทุกคืนหรือเปล่า”
“ต้องถามกันทั้งวันไหมว่าทำอะไรอยู่”

เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ดีหรือไม่ดีในตัวมันเอง

บางคู่ชอบคุยกันทั้งวัน

บางคู่ส่งข้อความหากันไม่กี่ครั้ง

บางคู่ต้องการคำว่าฝันดีทุกคืน

บางคู่หายไปทำชีวิตของตัวเองหลายชั่วโมง แล้วกลับมาคุยกันก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

คนสองคนต้องการความสัมพันธ์แบบเดียวกันหรือเปล่า

ถ้าคนหนึ่งต้องการพื้นที่เยอะ และอีกคนก็เข้าใจเรื่องพื้นที่เหมือนกัน

ความเงียบอาจไม่ใช่การทอดทิ้งเลย

มันอาจเป็นแค่การที่ต่างคนต่างไปใช้ชีวิต แล้วรู้ว่าอีกคนยังอยู่ตรงนั้น

แต่ถ้าคนหนึ่งรู้สึกปลอดภัยกับความเงียบ ขณะที่อีกคนต้องการการสื่อสารสม่ำเสมอมาก ๆ

ความสัมพันธ์แบบเดียวกันนั้นก็อาจทำให้อีกฝ่ายทรมานได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นบางที “คนที่เหมาะกับเรา” อาจไม่ได้หมายถึงคนที่สมบูรณ์แบบ

แต่อาจหมายถึงคนที่

จังหวะชีวิตเข้ากับเราได้

เราไม่ต้องแกล้งเป็นคนชอบคุยทั้งวัน ถ้าเราไม่ใช่คนแบบนั้น

ไม่ต้องฝืนตัวเองให้ติดโทรศัพท์ตลอดเวลา

ไม่ต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่อยากอยู่คนเดียว

และในขณะเดียวกัน อีกฝ่ายก็ไม่ต้องคอยทรมานกับสิ่งที่เขาขาด

เพราะสิ่งที่เรามอบให้
ดันเป็นสิ่งที่เขาต้องการพอดี

เราชอบคำว่า

“ได้เป็นตัวเอง และยังมีพื้นที่ส่วนตัวเหมือนเดิม”

เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตสองชีวิตหลอมรวมกันจนไม่เหลือตัวตนเดิม

เรายังมีหนังสือที่อยากอ่าน

มีเพื่อนที่อยากเจอ

มีงานของตัวเอง

มีวันที่ไม่อยากพูดกับใคร

มีงานอดิเรกที่อีกคนอาจไม่ได้อินด้วย

และมีพื้นที่บางส่วนในชีวิตที่เป็นของเราคนเดียวได้

การมีแฟนไม่ได้แปลว่าอีกคนต้องเข้ามาอยู่ในทุกห้องของชีวิตเรา

บางห้องเราเปิดไว้ให้กัน

บางห้องต่างคนต่างมีของตัวเอง

แต่เวลาเดินออกมาจากห้องเหล่านั้น

เรายังเจอกันอยู่

แต่เรื่องนี้ก็มีอีกด้านหนึ่งที่สำคัญมาก

การมี “พื้นที่ส่วนตัว” ไม่ได้แปลว่า ถ้าอีกคนไม่คุย ไม่ถาม ไม่สนใจอะไรเราเลย แล้วเราต้องบอกตัวเองว่า

“นี่แหละความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่”

ไม่จำเป็นเลย

สิ่งที่ต้องถามตัวเองคือ

เราโอเคกับมันจริง ๆ
หรือเรากำลังพยายามบอกตัวเองว่าโอเค เพราะกลัวเสียเขา

ถ้าเราอยากให้เขาทัก แต่ไม่กล้าพูด

อยากให้เขาสนใจ แต่ทำเป็นไม่ต้องการ

อยากได้ความชัดเจน แต่พยายามกดความต้องการนั้นเอาไว้

อันนั้นไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวแล้ว

มันคือการทำให้ตัวเองเล็กลง เพื่อให้ความสัมพันธ์อยู่รอด

พื้นที่ส่วนตัวที่ดีควรมาจาก ความสบายใจ

ไม่ใช่จากการฝืนความต้องการของตัวเอง

สุดท้ายแล้ว ความสัมพันธ์ที่เหมาะกับเราอาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดู “หวานที่สุด” ในสายตาคนอื่น

แต่มันคือความสัมพันธ์ที่เราไม่ต้องเหนื่อยกับการแสดงเป็นใครอีกคนเพื่อให้มันอยู่รอด

เราอยู่ใกล้กันได้

เราห่างกันได้

เราคิดถึงกันได้

และเราก็กลับไปอยู่กับตัวเองได้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังทำอะไรผิด

บางทีคำว่า “คนที่เหมาะกับเรา”

จึงไม่ใช่คนที่เข้ามาเติมทุกช่องว่างในชีวิต

แต่อาจเป็นคนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเราแล้ว

ยังเหลือพื้นที่ให้เราเป็นตัวเองได้เหมือนเดิม

และถ้าต่างฝ่ายต่างมีความสุขกับพื้นที่แบบนั้น

มันก็คงเป็นความสัมพันธ์ที่ดีในแบบของคนสองคนนั้นแล้ว

แล้วสำหรับตัวเองล่ะ

ความสัมพันธ์ที่สบายใจ ต้องมี “พื้นที่ส่วนตัว” ประมาณไหน?

FacebookX