ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส
ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส

ถ้าถามว่า ประเทศแรกสุดที่เราเคยอยากไปอยู่ อยากไปทำงานมากที่สุดคือที่ไหน
น่าจะเป็น อเมริกา
อย่างน้อยก็อเมริกาในภาพที่เราเคยรู้จัก ก่อนที่อะไรหลายอย่างมันจะดูเหลวเป๋วไปกว่านี้
ตอนนั้นเรามองอเมริกาว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาส
คนเริ่มจากศูนย์ก็ไปได้
คนไม่มีเส้นก็สร้างตัวได้
ถ้ามีความสามารถ มีความพยายาม มีไอเดีย ก็มีพื้นที่ให้ลอง
มันเป็นภาพของประเทศที่เหมือนจะบอกว่า
“ถ้ามึงมีของ มึงก็ลองมา”
ซึ่งตอนเด็กกว่านี้เราชอบความรู้สึกแบบนั้นมาก
แต่พออายุมากขึ้น อ่านข่าวมากขึ้น เห็นเรื่องปืน เรื่องความรุนแรง เรื่องอาชญากรรม เรื่องความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ มากขึ้น ความอยากไปอยู่ก็ค่อย ๆ หาย
ไม่ได้แปลว่าอเมริกาทั้งประเทศเป็นแบบนั้นหมดนะ
แต่สำหรับเรา แค่ความรู้สึกว่าเรื่องปืนมันใกล้ตัวกว่าที่เราคุ้นเคย มันก็ทำให้ไม่ค่อยอยากเอาชีวิตไปเสี่ยงแล้ว
สรุปง่าย ๆ คือ
อยู่บ้านก็ดีกว่า
ถ้าแมลงไม่เยอะไปหน่อย
แล้วฝนตกทีไรน้ำไม่ต้องลุ้นว่าจะท่วมบ้านไหม
ก็น่าจะดีกว่านี้อีก ![]()
จริง ๆ ถ้าถามความรู้สึกแรก ๆ ตอนกลับมาอยู่ไทยว่าเป็นยังไง
คำตอบคือ
ไม่ได้อยากอยู่ไทย
และไม่ได้คิดด้วยว่าจะอยู่ที่นี่ไปตลอด
เราเคยคิดว่าชีวิตเราน่าจะไปอยู่ที่อื่น
ทำงานที่อื่น
ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง
แต่เพราะป่วย ชีวิตมันเลยพากลับมาตั้งต้นที่นี่อีกครั้ง
ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกโรแมนติกอะไรกับคำว่า “บ้านเกิด” หรอก
มันออกแนว
เออ กลับมาก่อน เพราะตอนนี้ต้องกลับ
มากกว่า
แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ
แปลกดีนะ
จากที่เคยคิดว่าไม่อยากอยู่
มันค่อย ๆ กลายเป็นว่าเรารักที่นี่ในรูปแบบหนึ่ง
ไม่ได้รักแบบหลับหูหลับตาว่าทุกอย่างดี
เพราะอะไรที่ไม่โอเค เราก็ยังเห็นว่าไม่โอเค
เรื่องระบบ
เรื่องคน
เรื่องสังคม
เรื่องอากาศ
เรื่องเมือง
เรื่องน้ำท่วม
เรื่องแมลงที่บางทีก็รู้สึกว่าแม่งเยอะไปไหม ![]()
แต่พออยู่ไปนาน ๆ เราก็เริ่มรู้วิธีอยู่กับมัน
หลายอย่างที่เมื่อก่อนรับไม่ได้
พอปรับตัวจนชิน
มันก็…
อยู่ได้ของมัน
แล้วเรื่องที่สำคัญมากกว่าประเทศในอุดมคติ คือ ตอนนี้คนที่เรารักอยู่ที่นี่
ครอบครัวอยู่ที่นี่
เพื่อนอยู่ที่นี่
คนที่เราผูกพันอยู่ที่นี่
พอคิดแบบนี้ คำว่า “อยากย้ายประเทศ” มันเลยไม่ใช่คำถามง่าย ๆ แบบเดิมแล้ว
เพราะเมื่อก่อนเราอาจเลือกประเทศจาก
โอกาส
งาน
รายได้
วัฒนธรรม
หรือภาพชีวิตที่เราอยากมี
แต่พอถึงจุดหนึ่ง เรากลับเริ่มเลือกจากคำถามว่า
แล้วคนของเราอยู่ที่ไหน
มันทำให้เราเข้าใจว่า “บ้าน” อาจไม่ได้แปลว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก
มันอาจแค่เป็นสถานที่ที่เรารู้วิธีใช้ชีวิตอยู่ในนั้นแล้ว
รู้ว่ากินอะไร
ไปไหน
คุยกับใคร
เวลาแย่โทรหาใคร
เวลาเหนื่อยกลับไปหาใคร
แล้วความคุ้นเคยนี่แหละที่วันหนึ่งมันค่อย ๆ กลายเป็นความสบาย
ประเทศไทยสำหรับเราตอนนี้เลยเป็นประมาณนั้น
ไม่ได้เพอร์เฟกต์
แต่ อยู่สบาย
โดยเฉพาะถ้าไม่คิดอะไรมากเกินไป
ไม่เอาทุกข่าวมาประสาทแดก
ไม่เอาทุกคนที่เราไม่ชอบมาอยู่ในหัว
ไม่เอาทุกปัญหาของประเทศมาแบกเป็นปัญหาส่วนตัวทั้งหมด
ชีวิตมันก็เบาลงเยอะ
ส่วนเรื่องคน toxic เราก็คิดง่ายขึ้นมากแล้ว
มันมีกันทั่วโลก
ย้ายประเทศก็ไม่ได้แปลว่าจะย้ายหนีมนุษย์ประเภทที่เราไม่ชอบพ้น
ญี่ปุ่นก็มี
อเมริกาก็มี
ไทยก็มี
ทุกที่มีหมด
สุดท้ายเราเลยคิดว่า ประเทศที่ “เหมาะกับเรา” อาจไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีข้อเสีย
เพราะไม่มีที่ไหนแบบนั้น
แต่มันคือที่ที่
ข้อเสียของมัน
เรารับมือไหว
ข้อดีของมัน
ยังมีความหมายกับเรา
และที่สำคัญ
ยังมีคนที่เราอยากกลับบ้านไปหาอยู่ตรงนั้น
เมื่อก่อนถ้ามีคนถามว่า
“อยากอยู่ไทยไปตลอดไหม”
เราอาจตอบเร็วมากว่า
ไม่
แต่ตอนนี้ถ้าถามอีกที
เราน่าจะตอบว่า
เออ…ก็อยู่ได้นะ
ขออย่างเดียว
แมลงน้อยลงหน่อย
แล้วฝนตกอย่าให้น้ำเข้าบ้าน
ที่เหลือค่อยว่ากัน
