ทำดีได้ แต่อย่าคาดหวังว่าอีกคนจะรู้สึกแบบที่เราหวัง
ทำดีได้ แต่อย่าคาดหวังว่าอีกคนจะรู้สึกแบบที่เราหวัง

ทำดีได้ แต่อย่าคาดหวังว่าอีกคนจะรู้สึกแบบที่เราหวัง
ไปเจอในเธรด ชายคนนึงจีบผู้หญิงอยู่เป็นระยะเวลา 4–5 เดือน เขาซื้อดอกไม้ให้เธอ แล้วก็ไปจัดแจกันให้เธอที่คอนโดของเธอ จนมีแจกัน 3–4 อันอยู่ในห้องในแต่ละมุม
เขาซื้อดอกไม้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามความหมายที่อยากสื่อ
แต่ตอนจบความสัมพันธ์ ผู้หญิงกลับบอกว่า
“ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะชอบดอกไม้”
เขาเลยอึ้งมาก และสงสัยว่าทำไมผู้หญิงไม่ยอมบอกเขาตั้งแต่แรกว่าไม่ชอบดอกไม้
เรื่องของความสัมพันธ์มันเป็นแบบนี้
บางทีเราก็อาจจะไม่อยากบอก หรืออะไรก็ตาม แต่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า อีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่สามารถเดาความคิดและความชอบของเราได้
เขาไม่รู้ว่าทำแบบนี้แล้วเราจะชอบหรือไม่ชอบ
จริง ๆ เอาที่ดีที่สุดคือ ไม่ชอบก็บอกไป
แต่มันก็ยาก เพราะว่าบางทีเราก็กลัวอีกฝ่ายนึงโกรธหรือไม่พอใจ เพราะบางทีมันก็เป็นสิ่งดี ๆ ที่เขาอยากทำให้เราอะไรแบบนี้
แล้วบางครั้งคนรับเองก็อาจจะคิดว่า
“เออ เขาตั้งใจดี ก็รับไว้ก่อน”
หรือ
“เดี๋ยวถ้าบอกตรง ๆ เขาจะเสียใจไหม”
หรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรพูดตอนไหน
เรื่องพวกนี้เลยไม่ได้ง่ายแบบว่า คนหนึ่งผิด อีกคนหนึ่งถูกเสมอไป
และเราก็ต้องบอกก่อนเหมือนกันว่า เรื่องนี้เราเห็นจากสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นเล่า เราไม่ได้รู้รายละเอียดทุกอย่างจากฝั่งผู้หญิง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้จะตัดสินว่าใครเป็นคนผิด
แต่สิ่งที่เราเห็นจากเรื่องนี้คือ ปัญหาของความคาดหวังกับการสื่อสาร
เราก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันโหดร้ายพอสมควรนะสำหรับมุมมองของเรา
เวลาเรามองกลับเข้าไปในเรื่องที่เขาเล่ามา เรารู้สึกว่าผู้ชายพยายามมากในการที่จะทำอะไรสักอย่างให้ผู้หญิงคนหนึ่งประทับใจ
แล้วถ้าเป็นเรา เราก็คงปวดใจมากถ้าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้
เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เขาตั้งใจทำอะไรสักอย่างให้ผู้หญิง
เราไม่รู้หรอกนะว่าเขาหวังว่าผู้หญิงจะประทับใจหรือเปล่า
แต่ถ้าเราตั้งใจเลือกดอกไม้ เลือกความหมายของมัน เปลี่ยนดอกไม้ไปเรื่อย ๆ แล้วเอาไปจัดให้ถึงห้องเป็นเวลาหลายเดือน แล้ววันหนึ่งเพิ่งมารู้ทีหลังว่า
จริง ๆ เขาไม่ได้ชอบสิ่งนี้เลย
มันก็คงเจ็บแหละ
เพราะในหัวเราอาจกำลังคิดว่าเราทำสิ่งที่ดีให้เขามาตลอด
แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกกับสิ่งนั้นอีกแบบหนึ่ง
ตรงนี้ทำให้เราเห็นอีกอย่างว่า
เจตนาดีของเรา กับประสบการณ์ที่อีกฝ่ายได้รับ มันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกัน
เราตั้งใจดีก็จริง
แต่อีกคนไม่จำเป็นต้องชอบ
และการที่เขาไม่ชอบก็ไม่ได้ทำให้เจตนาดีของเราหายไป
ในทางกลับกัน การที่เราตั้งใจดีก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายมีหน้าที่ต้องรู้สึกดีตอบกลับเราด้วยเหมือนกัน
นี่เป็นเรื่องที่ยากมากในความสัมพันธ์
เพราะเรามักคิดว่า
“เราทำขนาดนี้แล้ว เขาน่าจะรู้สึกอะไรบางอย่างสิ”
แต่ความรู้สึกของอีกคนไม่ใช่รางวัลที่เราจะได้รับตามจำนวนความพยายามของเรา
ถ้าให้เราบอกเนี่ย ถ้าเราเป็นผู้ชาย เราก็จะบอกว่า
ทำดีได้ แต่อย่าคาดหวัง
บางทีเราไม่รู้ว่าอีกคนคิดยังไง
บางทีเขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบ
เราถามได้
เราสังเกตได้
เราสื่อสารได้
เราปรับสิ่งที่เราทำได้
แต่สุดท้ายเราไม่สามารถบังคับได้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เราทำให้
และในมุมกลับกัน ถ้าเราเป็นฝ่ายได้รับอะไรบางอย่างแล้วเราไม่ชอบ เราก็ควรพยายามสื่อสารเท่าที่เราสามารถทำได้
เพราะอีกฝ่ายอ่านใจเราไม่ได้จริง ๆ
การบอกว่า
“ขอบคุณนะ เรารู้ว่าเธอตั้งใจ แต่จริง ๆ เราไม่ได้ชอบดอกไม้มากขนาดนั้น”
อาจจะอึดอัดในตอนพูด
แต่อาจช่วยไม่ให้อีกฝ่ายใช้เวลาหลายเดือนพยายามทำสิ่งที่เขาคิดว่าเราชอบ ทั้งที่จริง ๆ เราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย
เมื่อโพสต์ที่แล้วเราเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Stoic
บอกเลยว่าสิ่งนี้ใช้ได้ในทุกสถานการณ์เลย
นั่นก็คือ
อะไรที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่ต้องพยายามควบคุม แล้วก็ไม่ต้องเอาใจไปโฟกัสกับมันมากเกินไป
อะไรที่เราควบคุมได้ เราถึงจะควบคุมมัน แล้วก็พยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้มันดี
ในเรื่องนี้ สิ่งที่เราควบคุมได้คือ
เราจะพูดยังไง
เราจะทำดีกับเขาแบบไหน
เราจะถามความต้องการของเขาหรือเปล่า
เราจะฟังเขาไหม
เราจะจริงใจกับความรู้สึกตัวเองแค่ไหน
และเมื่อรู้ว่าเขาไม่ชอบ เราจะยอมรับความจริงนั้นยังไง
แต่สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้คือ
เขาจะชอบเราหรือเปล่า
เขาจะประทับใจหรือเปล่า
เขาจะรู้สึกกับดอกไม้เหมือนที่เรารู้สึกหรือเปล่า
และสุดท้ายเขาจะเลือกเราไหม
นี่เลย
แค่นี้ง่าย ๆ
แต่ดูเหมือนไม่ง่าย 555
เพราะเวลามีความรู้สึกเข้าไปเกี่ยว มนุษย์เรามักอยากควบคุมผลลัพธ์
เราคิดว่า
ถ้าทำดีพอ
ถ้าพยายามมากพอ
ถ้าให้มากพอ
ถ้ารักมากพอ
อีกฝ่ายน่าจะตอบกลับมาในรูปแบบที่เราหวัง
แต่ชีวิตไม่ทำงานแบบนั้น
ความพยายามของเราอยู่ในอำนาจเรา
ความรู้สึกของอีกคนไม่ได้อยู่ในอำนาจเรา
ตรงนี้ต่างหากที่ Stoic ช่วยเราได้มาก
แต่ต้องบอกไว้อย่างหนึ่งว่า การไม่พยายามควบคุมสิ่งภายนอก ไม่ได้แปลว่าให้เราเย็นชา หรือไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น
มันหมายถึงการรู้ขอบเขตว่า
อะไรคือสิ่งที่เรารับผิดชอบ
และอะไรคือสิ่งที่ต่อให้เราพยายามอีกแค่ไหน มันก็เป็นการตัดสินใจและความรู้สึกของคนอีกคนอยู่ดี
เรายังรักได้
ยังเสียใจได้
ยังผิดหวังได้
ยังรู้สึกเจ็บได้
แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้พลังทั้งหมดไปกับคำถามว่า
“ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกอย่างที่เราอยากให้เขารู้สึก?”
เพราะคำถามนั้นบางทีมันไม่มีคำตอบที่เราควบคุมได้
ถ้าฝึกจนเป็นนิสัยแล้ว จะบอกว่ามันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก
การไม่เอาสภาวะภายนอกมาควบคุมใจเราเกินไปน่ะ
สุดท้ายเราทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้
สื่อสารให้ดีที่สุด
รักให้ดีที่สุด
เป็นคนที่ดีที่สุดในแบบที่เราทำได้
แล้วผลจะเป็นยังไง
ก็ต้องยอมให้มันเป็นส่วนของโลกที่ไม่ได้อยู่ในมือเราบ้าง
เพราะบางทีการรักใครสักคนอย่างดี
อาจไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างเพื่อให้เขารักเรากลับ
แต่อาจหมายถึง
เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด โดยไม่เอาความรู้สึกของอีกคนมาเป็นสิ่งที่เราต้องชนะให้ได้
